ShoutMix chat widget

[CS-HW] 503 การตั้งชมรม

posted on 03 Sep 2009 08:23 by dezarin  in Cubic-School-for-Yeye

 

ATTENTION :: เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการห้องเรียนจำลองโรงเรียนลูกบาศก์

ไม่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน สถานที่ ผู้คนที่มีอยู่จริงแต่ประการใด

 

 

HW503 

การเลือกตั้งชมรม

 

 

ปีม.5 นี่มีอะไรใหม่ๆเข้ามาหาตัวเยอะแยะเลยนะ......

ตั้งแต่น้องเข้าใหม่มาเป็นม.4 แทนพวกเราที่ขึ้นมาม.5 

ห้องใหม่หลังจากขึ้นม.5กันแล้ว แล้วก็...... ล่าสุดที่ผอ.เพิ่งประกาศออกมา

 

 

"ประกาศเรื่องการตั้งชมรมสำหรับคาบชมรมทุกวันพฤหัสคาบสุดท้าย โดยให้นักเรียนชั้นม.5เป็นผู้ก่อตั้ง"

 

 

อา....คาบสุดท้ายวันเดียวในสัปดาห์ที่ว่าง จะไม่ว่างอีกต่อไปแล้ว.......

...ว่าแต่ จะอยู่ชมรมอะไรดี?

 

อาจจะชมรมกีฬาอะไรสัีกอย่าง? บางทีธีอาจจะตั้งชมรมบาส.....?

ชมรมศิลปะ?

ชมรม....อะไรอีกล่ะ?

 

       ส่วนตัวจริงๆฉันไม่ค่อยอยากต้องเป็นคนตั้งชมรมเอง ให้เป็นประธานคงเพิ่มงานเกี่ยวกับโรงเรียนมากขึ้นอีก แล้วกับคนที่....ไม่ค่อยมีเวลาให้กับงานโรงเรียนมากถึงขนาดนั้นอย่างฉันนี่ คงเป็นประธานที่ไม่ค่อยได้ความเท่าไหร่ซะละมัง รอให้คนอื่นตั้งแล้วฉันค่อยไปสมัครเข้าน่าจะดีกว่า

 

       ในห้อง เพื่อนๆต่างคุยกันจอแจ ทั้งเกี่ยวกับชมรมที่จะตั้ง ทั้งถามหาพันธมิตรที่จะอยู่ร่วมชมรมด้วยกัน เท่าที่พอจับใจความได้ก็ได้ยินว่าจะมีชมรมดนตรี, การ์ตูน, คาราเต้, อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม.......

 

 

       จนกระทั่งเสียงนึงตัดเสียงอื่นๆผ่านเข้ามาในโสตประสาทของฉัน

       "เย้เยจ๊ะ เราตั้งชมรมทำอาหารกันดีไหม?"

        ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คุณหนูผู้นำด้านอาหารการกินของห้อง ลี่ลี่ ที่เดินเข้ามาทักฉันจากแถวหลังสุด

ชมรมทำอาหาร....?  มันจะไม่ไปซ้ำซ้อนกันวิชาคหกรรมหรอกเหรอ?

เพราะคิดแบบนั้น เรื่องไอเดียเกี่ยวกับชมรมนี้เลยไม่ได้แว่บเข้ามาในหัวเลยแต่แรก

 

       "ก็...มีวิชาคหกรรมของครูกฤตอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ตั้งขึ้นมาอีกมันจะซ้ำๆกันไปมั้ย"

       ที่นั่งตรงข้างฉันว่างอยู่เพราะฟาร์มเดินออกไปคุยกับบูมที่หน้าห้องคงจะด้วย เรื่องชมรมนั่นแหละ ลี่ลี่เบี่ยงเข้ามาเสียบตรงที่ว่างนั่นเพื่อให้คุยกันได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

        "จำตอนที่เราไปเจอไอริสทอดไข่อยู่ในห้องคหกรรมได้มั้ยจ๊ะ?" เสียงลี่ลี่กระซิบแผ่วๆ

        "อื้อ...." ไข่เจียวรสชาติหากินไม่ได้ง่ายๆแบบนั้น ไม่ได้ลืมกันในเร็ววันหรอก... ต่อให้มันกว่าครึ่งปีมาแล้ว... ฉันยังรู้สึกเหมือนจะรับรู้รสของมันที่ปลายลิ้นได้เพียงแค่ลี่ลี่พูดถึง

       "ลี่ลี่ว่า....คงมีหลายๆคนที่จริงๆแล้วทำอาหารไม่เป็น แต่ไม่กล้าลงวิชาคหกรรมเพราะกลัวครูกฤตจะให้เกรดต่ำเพราะทำออกมาแล้วไม่ อร่อย แต่ชมรมนี่ไม่มีการให้เกรดนี่จ๊ะ น่าจะเป็นการสร้างโอกาสให้ใครหลายๆคนที่อยากจะลองทำอาหารกล้าที่จะลองมา เรียนรู้มากขึ้นนะ ไม่งั้นเดี๋ยวเหมือนไอริสที่เราบังเอิญไปเจอวันนั้นน่ะจ้ะ ต้องแอบหลบๆซ่อนๆมาลองทำเพราะอายคนอื่นทั้งที่ๆจริงๆมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย เลย"

 

       ...สมกับเป็นลี่ลี่ ฉันไม่เคยมองเหตุการณ์เรื่องของไอริสในวันนั้นอย่างลึกซึ้งเลย...คิดแต่ว่า ซวยชะมัดที่ดันเผลอไปเอาไข่เจียวมหาประลัยนั่นเข้าปาก

      พอฟังจากที่ลี่ลี่อธิบาย ฉันชักเห็นใจไอริสขึ้นมาเหมือนกัน เพราะมนุษย์อยู่แบบสังคมสูงกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ทำให้หลายๆคนไม่ได้ฝึกทักษะที่หากเป็นสิ่งมีชีวิตทั่วไปจะเป็นของจำเป็นที่ ขาดไม่ได้....

 

คนที่ทำอาหารไม่ได้ ก็อยู่ลำบากเหมือนสัตว์ที่ไม่รู้วิธีหาอาหารประทังชีวิตตัวเอง

 

 

       "บางที...ถ้าเราตั้งชมรมขึ้นมาเป็นทางเลือกเพิ่ม ไอริสหรือคนอื่นๆหรือน้องม.4ที่ประสบปัญหาแบบเดียวกัน อาจจะอยากเข้ามาเรียนรู้มากกว่าให้ไปลงวิชาเป็นกิจลักษณะก็ได้นะจ๊ะ"

 

นั่นสิ...ถึงไอริสอาจจะไม่ลงชมรมทำอาหาร แต่ใครจะรู้ว่ามีคนอื่นที่เป็นอย่างไอริสอยู่อีกหรือเปล่า?

 

 

.....

 

 

        ที่สุดแล้ว.... ประธานวงน้ำชาก็ตะล่อมฉันสำเร็จ.......

 

        เพราะงั้นฉันถึงมานั่งเท้าคางพร้อมกระดาษรับรายชื่อคนที่จะมาสมัครเป็นสมาชิกอยู่ในหอประชุมนี่ไง

        ลี่ลี่ก็ไ่ม่ได้ไปไหน ลากเก้าอี้มานั่งยิ้มเป็นนางกวักชมรมอยู่ข้างๆ

 

        ...น่าดูชมจริงๆ ประธานหน้าเซ็งกับรองประธานหน้าบานมานั่งคู่กัน........

 

        "เหยื่อ" คนแรกที่รอยยิ้มเป็นกันเองของลี่ลี่ "กวัก" เข้าชมรมได้สำเร็จก็ใช่ใครที่ไหน.....

"เฮ้ ตั้งชมรมทำอาหารกันเหรอ? น่าสนใจดีนะ ลงด้วยสิ"

        เสียงห้าวๆกว่าเสียงผู้หญิงทั่วไปทำเอาใจฉันหล่นไปอยู่ตาตุ่ม....รึว่า

 

        ปรากฏว่าไม่ใช่.... คนที่มาทักและเข้ามาสมัครเป็นคนแรกคือ สร

 

โชคดี.... ถ้าเป็นอินทรีละก็ ป่วนตั้งแต่เปิดชมรมกันทีเดียว

 

       "ยินดีต้อนรับนะจ๊ะสร มาทำอาหารด้วยกันสนุกดีออก" ลี่ลี่ฝืนยิ้มทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในฐานะรองประธานและประชาสัมพันธ์ชั่วคราว แม้ท่าทางโรคกลัวทอมยังไม่ค่อยหายดี แต่ปีที่ผ่านมาคงทำให้วางใจสรมากขึ้น... เพราะอย่างน้อยสรก็ไม่มาไล่รังควาญหมือนอินทรีนีนะ....

        เฮ่อ.... ฉันหลวมตัวมาเป็นประธานทำไม้... ในเมื่อลี่ลี่เหมาะกว่าอยู่เห็นๆ

 

        โตีะของชมรมอื่นก็ดูคึกคักกันดี หลังจากสรมาลงชื่อคนนึงแล้ว โต๊ะเราก็โล่งๆเงียบเหงาไปพักใหญ่ๆ จนกระทั่ง....

 

"พี่ค้า!!  ขอสมัครเข้าชมรมด้วยค่าาาา"

 

       ด้วยความที่ว่าง ตอนที่เสียงทักนั้นดังขึ้นมา ฉันกำลังนั่งวาดบั้นท้ายนรสิงห์เล่นอยู่ พอเงยขึ้นก็เจอ.....

 

แฝด?

 

ม.4ปีนี้มีแฝดอย่างยุกับโยด้วยเหรอ แต่เป็นผู้หญิง??

        คนที่ปล่อยเสียงดังออกมานั่นเป็นคนที่ตัวเล็กกว่านิดหน่อย ท่าทางไฮเปอรืกระตือรือร้อนกว่าอีกคนที่....ผมดูดำกว่า? และมัดผมเปียสองข้างแทนที่จะเป็นหางม้าสยายอย่างคนที่มาคู่กัน

 

        พอเช็คจากใบสมัคร์ถึงรู้ว่าไม่ได้เป็นแฝดหรือเกี่ยวข้องเป็นสายญาติกันเพราะคนละนามสกุลกัน.....

        "อ้อ... มีคนทักเรื่องที่นายน์กับน้ำตาลเหมือนเป็นแฝดกันเหมือนกันค่ะ ยิ่งสนิทกันด้วยเลยเข้าใจผิดไปได้ง่าย"

        น้องที่ชื่อ "นายน์" นี่ ดูท่าทางจะชอบทำอาหารเอามากๆถึงได้กระตือรือร้นออกหน้าถึงขนาดนี้

 

"พอถึงวันนายน์ทำแล้ว พี่ต้องกินเยอะๆนะคะ"

 

        นายน์ส่งยิ้มให้ฉัน.... ในเวลาเดียวกัน น้องอีกคนที่ชื่อ "น้ำตาล" ดูสีหน้าเจื่อนๆเหมือนมีอะไรลำบากใจอยู่....

 

         ฉันนึกอะไรออกขึ้นมาทันที และเตือนตัวเองในใจให้"จัดการ"ก่อนที่จะส่งรายละเอียดของชมรมทั้งหมดให้ผอ.

 

 

        ....หลังจากคู่แฝดทวินเทล (ใจจริงฉันอยากจะเรียก "สองหาง" แต่ลี่ลี่บอกว่าเรียกภาษาอังกฤษเป็นทวินเทลดีกว่า...) มาสมัคร น้องม.4 คนอื่นที่สนใจก็ทยอยเข้ามาลงชื่อ สรุปแล้ว ก็ได้น้องรัม, น้องตรี, น้องติน และผู้ชายอีกเพียงคนเดียวในชมรมคืออารุจ

 

 

ชมรมทำอาหารของโรงเรียนลูกบาศก์.... เริ่มต้นด้วยสมาชิกจำนวน 9 คน

 

 

        พอจบช่วงการรับรายชื่อสมาชิกเข้าชมรม ฉันก็ขอตัวเอารายละเอียดไปส่งให้กับผอ. พลางฝากลี่ลี่ให้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการของชมรมและกิจกรรม ของชมรมแทนในระหว่างที่ฉันไม่อยู่......

 

       ...หลังจากเดินออกมาห่างหอประชุมได้พอสมควร ฉันแอบเลี้ยวเข้าซอกหลืบของมุมตึก เอาแผ่นกระดาษที่เขียนเกี่ยวกับรายละเอียดชมรมแนบเข้ากับผนังตึกแล้วเขียน "สิ่งที่ตั้งใจไว้" เพิ่มลงไป......

 

 

"-(กรณีพิเศษ) หากผลงานที่ทำออกมาดู "เป็นอันตรายต่อสุขภาพ" มากเกินกว่าควรเสี่ยงให้สมาชิกชมรมทุกคนได้ชิม ขอสงวนสิทธิ์ให้ประธานชมรมเป็นคนชิมและวิจารณ์เรื่องรสชาติเพียงผู้เดียว"

 

 

        ...อย่างน้อยนี่เป็นอย่างนึงที่ฉันจะทำได้ในฐานะประธานชมรมล่ะนะ ปล่อยให้เกิดอาหารเป็นพิษยกชมรมคงไม่ค่อยโสภาเท่าไหร่..... เป็นผู้ชายมันต้องเสียสละหน่อยละ

 

        ........ใครจะไปรู้ว่าจะเจอไข่เจียวพิฆาตอย่างของไอริสอีกวันไหน.............?

 

--------------------------------------------------------------------

 

 

เรื่องของไอริสที่เอามาอ้างถึงในการเป็นเหตุที่ตั้งชมรม มาจากการบ้าน 9 ของไอริสจ้า

 

              สรุป

       -แรกๆเย้ไม่ค่อยรู้ร้อนรู้หนาวกับเรื่องชมรมเท่าไหร่ รอเสียบสมัครเข้าชมรมที่คนอื่นตั้งอยู่

       -จนลี่ลี่มาชวนตั้งชมรมทำอาหารเลยเริ่มปรึกษากัน

       -เหตุจาก "เรื่องจริงผ่านจอ(คอม)" ประสบการณ์ที่เจอกับไอริส ทำให้เริ่มเห็นความจำเป็นในการมีชมรมทำอาหาร เรียกได้ว่าไอริสเป็นคนจุดประกายในการคิดตั้งชมรมทำอาหาร (จะโดนผปค.ไอริสสกายคิกข้อหาตอกย้ำไหมนี่...?)

       -แต่แล้วที่สุดไอริสที่เป็นคนจุดประกายการก่อตั้งก็ไม่ได้มาสมัครเข้าชมรมนี้ (แล้วทำไมเค้าถึงจะมาเล่า??)

       -และโดยไม่รู้ตัว(ในตอนนั้น) ได้คนที่อันตรายกว่าไอริสอย่างนายน์มาแทน

       -น้ำตาลอาจจะอยากเตือนเย้เรื่องภัยเงียบ(?)จากนายน์ แต่พูดไปนายน์อาจจะโกรธเปล่าๆ เลยได้แต่เพียงส่งสัญญานเตือนทางสายตา

       -เย้"จับ"สัญญานเตือนจากน้ำตาลได้

       -หลังจากได้รายชื่อสมาชิกทั้งหมดแล้ว ลับหลังคนอื่นๆก่อนเอาใบชมรมไปส่ง เย้เลยแอบเขียนกฏเพิ่มขึ้นมาข้อนึง (กฏที่เอาไว้กามิกาเซ่ ฆ่าตัวเองโดยเฉพาะ)

 

 

 

...ดองไว้ในหัวตั้งนาน จนผอ.ยิงงานเกี่ยวกับชมรมออกมาอีกชิ้นถึงไฟไหม้ก้นรีบเข็นมาส่งจนได้

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อูอา พี่เย้เย.. RIP ล่วงหน้านะคะ...

พี่เป็นวีรบุรุษที่เสียสละเพื่อพวกเรา

รัมแอบซาบซึ้งอยู่ห่างๆ

(โดนพี่เย้เยสกายคิกออกจากชมรมไป sad smile )

#1 By ปันรัก on 2009-09-03 11:05

โอ้ววว ดีใจนะนี่ ที่นังลูกไอริส เป็นที่จุดประกายในการตั้งชมรม ( จุดประกายแบบเสื่อมๆ 555+)
ลี่ลี่ นี่ แบบว่า แสนดีมากกกกกกก
รอดูว่า เย้ จะรับมือกับนองนายน์ยังไง cry

#2 By x{ คุณหuู.ไosิส * on 2009-09-03 15:02

อ่านแล้วนะครับ

รองานต่อไปconfused smile

ปล. ดีออก ปลดล็อกน้ำตาลกับนายน์ได้อย่างเต็มที่open-mounthed smile

#3 By โคค่อน on 2009-09-03 16:13

เย้เยเอ๊ย นายช่างเสียสละจริงๆ ชื่อของนายจะถูกรุ่นน้องจำสืบต่อไปแน่นอน

/โดนเตะ
ร่วมด้วยช่วยไว้อาลัยช้างเย้...

โถ ไหงเขียนกฎฆ่าตัวเองแบบนั้นล่ะ...

ชอบความคิดของลีลี่มาก ดูนุ่มนวล โอบอ้อม อารี สมกับเป็นคุณหนูจริงๆ แล้วก็ขำความคิดของเย้ที่ว่าคนทำอาหารไม่เป็นก็เหมือนสัตว์ที่ออกล่าเหยื่อเองไม่เป็น อนาคตจบไม่สวยแน่ 5555555555555

#5 By irindel on 2009-09-04 01:35

sad smile ง่ะ...กลายเป็นเอนทรี่ไว้อาลัยเย้กันไปเสียอย่างนั้น เดี๋ยววววววมันยังไม่ต๊ายยยย!!

//อีเดคว้าพลั่วแล้วรีบวิ่งไปตั้งหน้าตั้งตาขุดเนินดินปริศนาที่หลังบ้าน "ลุกขึ้นมาสิว้อย! คนอื่นเค้าจะได้รู้ว่าแกยังไม่ตาย!!!!"


น้องรัม ---- เค้าเรียก "สถานการณ์สร้าง
วีรบุรุษ" ใช่มั้ยแบบนี้? sad smile

ในขณะเดียวกัน มันก็เป็น "สถานการณ์สร้างคนป่วย" (อาหารเป็นพิษ)ด้วยสิ 5555


ผปค.ไอริส ---- คงรับมือด้วยการทำสัญญาจองเตียงถาวรเป็นของตัวเองในห้องพยาบาลกระมัง ก๊ากกก

แอบหวั่นเหมือนกันว่ามาจี้จุดอ่อนไอริสย้ำๆแบบนี้จะเป็นไรไหมนี่.... แต่ยืนยันว่าตอนคิดตั้งชมรมนี้ เรื่องของไอริสเป็นเหตุผลนึงในหัวจริงๆ (ไม่นับที่ว่ากลัวเย้มันจะไปทำชมรมคนอื่นป่วนนิ - -")


ครูเอม ---- เย้นี่บางทีเอะอะอะไรมันชอบคิดเอาเปรียบเทียบกับสัตว์ เพราะตอนเด็กเย้มันเป็นพวกขลุกอยู่กับสัตว์ (ลิงเก็บมะพร้าวที่สวนตา) มากกว่าอยู่กับเพื่อนวัยเดียวกันน่ะจ้าsad smile ตามประสาเด็กต่างจังหวัด บ้านกับโรงเรียนอยู่ห่างกันเป็นกว่าสิบกิโล เพื่อนที่โรงเรียนแบบบ้านติดกันเลยนี่แทบไม่มี จะมีก็ประเภทอำเภอเดียวกันแต่คนละตำบลแบบนั้นนิ

พูดถึงลิงแล้ว...กะว่าถ้าพอต่อพล็อตแน่นๆ + ได้มีเวลา(ยอมเลิกอู้)ลงมือทำเมื่อไหร่ อาจจะมีฟิคเย้เอาลิงมาโรงเรียนด้วย question

#6 By Karintra / El Yeye on 2009-09-04 05:52

พี่เย้เยสู้ๆ ค่ะ confused smile big smile

#7 By น้ำตาล on 2009-09-07 13:59

มีแนวร่วม ที่รักการทำอาหาร มาร่วมด้วยช่วยกันแล้วนะ
ดีจัง เด็กๆ ทำอาหารกัน
สนุกสนาน

ไม่ไม่เลวร้ายไปหมดหรอก อย่างน้อย
ก็ต้องมีส่วนที่ทานได้ละนะ

angry smile

เป็นคุณประธานแล้วนะ โตขึ้นอีกนิดแล้วbig smile

#8 By elites on 2009-09-14 02:21